การค้นพบแมลงวันที่สามารถดำน้ำได้ในทะเลสาปโมโน

แมลงวันเป็นแมลงที่ได้รับการยอมรับว่ามีการเคลื่อนไหวที่เร็วอย่างที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ แมลงวันมีทั้งชนิดที่เป็นหาหะนำโรคและมีทั้งชนิดที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติอย่างไม่เป็นพิษภัย มีทั้งชนิดที่กัดสิ่งมีชีวิต มีทั้งชนิดที่แอบฝังปรสิตในร่างกายสิ่งมีชีวิต

สังคมมนุษย์อยู่ร่วมกับบรรดาเหล่าแมลงวันมาอย่างช้านานจนเคยชิน แม้จะรู้สึกรำคาญรบกวนหรือแม้จะรู้สึกเป็นสิ่งน่ารังเกียจ แต่แมลงวันนั้นมิได้ครองโลกอยู่แต่เฉพาะบนบกกับในอากาศเท่านั้น แต่ยังมีแมลงวันบางสายพัณธ์ที่มีคุณสมบัติสามารถดำน้ำได้อีกด้วย

ซึ่งล่าสุดได้มีการเผยแพร่ผลวิจัยจาก Floris van Breugel ซึ่งเป็นสมาคมเกี่ยวกับการสำรวจทางภูมิศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งได้ทำการวิจัยแมลงวันสายพัณธ์ ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในเขตทะเลสาป Mono รัฐ California

โดยเจ้าแมลงวันสายพัณธ์นี้มีองค์ประกอบของร่างกายที่น่าอัศจรรย์โดยมันมีระบบร่างกายที่สามารถสร้างปอดชั่วคราวอยู่ในบริเวณภายนอกร่างกายได้  ซึ่งแตกต่างกับสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ที่จะต้องอาศัยแต่ปอดที่อยู่ภายในร่างกาย ซึ่งแน่นอนมันบ่งชี้ได้ขีดความสามารถในการกักเก็บอากาศหายใจที่น่าจะแตกต่างและพิเศษกว่าปกติทั่วไปเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้สภาพแวดล้อมของน้ำในทะเลสาปบริเวณแห่งนี้ยังมีสภาพเป็นด่างสูงมาก ซึ่งดูเหมือนจะมีเพียงแมลงด่าง เท่านั้นที่อยู่อาศัยได้ แต่เจ้าแมลงวันชนิดนี้สามารถอยู่ได้ด้วย รวมถึงแพร่พัณธ์ขยายวงจร หาอาหารและวางไข่  ซึ่งพวกมันจะอาศัยขนที่ขึ้นดกตามตัวมาสร้างกระบวนการก่อเกิดฟองอากาศเกาะคลุมตัวและทำหน้าที่เป็นเสมือนปอดสำรองภายนอกร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม

ซึ่งจากที่ประเมินคร่าวๆพบว่าแมลงวันในบริเวณทะเลสาปโมโนนั้น  อาจมีจำนวนอยู่ที่กว่า 2,000 ตัว ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากการวิวัฒนาการไปตามสภาพแวดล้อมและอาจขยายจำนวนได้สูงถึงหลักล้านตัวได้โดยง่าย

อย่างไรก็ตามจากที่สมาคมสำรวจได้ตรวจพบนั้น เจ้าแมลงวันชนิดนี้แม้จะสามารถดำน้ำได้แต่ยังไม่ถึงขั้นสามารถว่ายน้ำดำผุดดำว่ายได้คล่องตัว พวกมันยังอาศัยลักษณะท่วงท่าแบบการคืบคลาน โดยอาศัยการเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่บนบกเช่นชายฝั่ง หรือกิ่งไม้ที่โผล่ขึ้นจากผิวน้ำ นอกจากนี้สิ่งมีชีวิตและองค์ประกอบต่างๆภายในบริเวณทะเลสาปที่มีความเป็นด่างสูงแห่งนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะมีทิศทางการวิวัฒนาการที่แตกต่างกว่า พื้นที่ปกติทั่วไป

ซึ่งทางสมาคมยังได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมในสาหร่ายสังเคราะห์แสง และกุ้งเล็กๆอีกหลายสายพัณธ์ และการศึกษาเรื่องสภาพเกลือและแมงกานีสในทะเลสาปแห่งนี้ที่มีความเป็นด่างสูงขึ้นกว่าในมหาสมุทร อีกทั้งยังมีความเข้มข้นสูง ซึ่งทำให้สิ่งใดๆที่อยู่ในทะเลสาปแห่งนี้จะแทบไม่มีความเปียกเลย

ซึ่งไปๆมาๆอาจไม่ใช่แมลงวันที่เป็นผู้วิวัฒนาการความพิเศษของร่างกาย แต่อาจเกิดจากความพิเศษของสภาพทะเลสาปเป็นตัวแปรที่สำคัญด้วย แต่กระนั้นก็ยังถือว่าตัวของแมลงวันเองก็มีส่วนร่วมกับการวิวัฒนาการด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะขนของมันและ สารเคลือบความมันในบริเวณปีกของมันที่ส่งผลให้เกิดการกันน้ำได้ยิ่งขึ้น  ซึ่งสิ่งที่น่าห่วงอาจต้องศึกษากันต่อไปว่า หากแมลงเหล่านี้มีการวิวัฒนาการไปในลักษณะนี้ต่อไปจะเกิดการรุกรานในสภาพแวดล้อมอื่นๆได้ด้วยหรือไม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *